สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 2
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 78
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 13,028,714
4 กรกฎาคม 2567
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
  1  2  3  4  5  6 
7  8  9  10  11  12  13 
14  15  16  17  18  19  20 
21  22  23  24  25  26  27 
28  29  30  31       
             




               
 Webboard

สำหรับท่านใดที่ต้องการโพสข้อความติ-ชม ศูนย์ซ่อมสีรถที่ท่านไปเจอมา ขอความกรุณาโพสรูปภาพรถของท่านทุกครั้งเพื่อยืนยัน  และป้องกันไม่ให้ อู่สีถูกกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียว 


                                                                                                                   

www.thaiwebber.com > สนทนาเกี่ยวกับประกันภัย > ขับรถเข้าเมืองจะปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 หรือไม่ ?
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ขับรถเข้าเมืองจะปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 หรือไม่ ? (อ่าน 1131)   
Taw
Guest
เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2563 17:08 น.
หลายคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตอนเช้าในหลายพื้นที่ จากการสังเกตท้องฟ้ายามเช้าจะพบความหนาแน่นของฝุ่นละอองที่มองเห็นคล้ายหมอก ที่เกิดจากฝุ่นขนาดเล็กเกาะตัวร่วมกับกลุ่มหมอก กลายเป็นหมอกที่มีสีน้ำตาลจางๆ ซึ่งเกิดจากฝุ่นและหมอกรวมกัน จึงทำให้เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่เมื่อสายก็ยังไม่สลายไป ซึ่งเป็นกลุ่มฝุ่นควันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้หากสูดดมเข้าไปเกิดการสะสมต่อเนื่อง แล้วการขับรถซึ่งเราอยู่ในรถจะปลอดภัยจากฝุ่น "PM2.5 " ได้หรือไม่ มีความเสี่ยงแค่ไหน และ ควรทำอย่างไรบ้างกับรถยนต์ในช่วงภาวะมีมลพิษทางอากาศสูง มีคำแนะนำมาบอกกันดังนี้


อยู่ในรถปลอดภัยจากฝุ่นหรือไม่ ?

รถยนต์ที่มีกรองอากาศที่ดีและสามารถกรองกลิ่นได้ ก็ไม่ปลอดภัยจากฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ทั้งหมด แต่ไม่เสี่ยงเท่ากับการเดินข้างถนน สามารถการขับรถตามปกติก็ไม่ได้เป็นอันตราย เว้นเสียแต่เปิดกระจกขณะขับรถ หรือหากรถของเรามีปัญหาเรื่องการกรองอากาศ หรืออากาศภายนอกเข้าสู่รถได้ เช่นได้กลิ่นเหม็นควันรถขณะรถติดไฟแดง ควรนำไปตรวจเช็ค หรือ เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ



อย่าลืมเปิดระบบแอร์หมุนวนภายในรถ?

ควรเปิดระบบอากาศหมุนวนภายในห้องโดยสาร เพื่อปิดช่องรับอากาศจากภายนอก แล้วใช้อากาศภายในห้องโดยสารหมุนเวียน ผ่านช่องที่อยู่บริเวณคอนโซลหน้ารถผ่านกรองแอร์แทน



ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศตอนไหน?
แผ่นกรองอากาศแอร์ควรเปลี่ยนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุก ๆ 15,000 กิโลเมตร

ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มีช่องสำหรับกรองแอร์ควรตรวจเช็คดู เพราะบางครั้งรถยนต์รุ่นนั้นมีที่ใส่กรอง แต่ไม่มีกรองอยู่ก็ได้ ตำแหน่งของกรองแอร์ส่วนใหญ่อยู่หลังลิ้นชักฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า

หากรถยนต์ของไม่มีกรองแอร์ ก็สามารถเพิ่มกรองอากาศได้ ติดตั้งกรองแอร์บริเวณที่ดูดลมภายในห้องโดยสาร หรือซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถแทนได้



สำหรับข้อแนะนำข้างต้นเป็นทางรับมือกับปัญหาฝุ่นละอองเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่การแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ซึ่งเราเองก็สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยลดมลพิษในอากาศได้อีกทางหนึ่ง ก็คือการหมั่นดูแลรักษารถของเราให้ดีอยู่เสมอ หากรถของเรามีอายุการใช้งานมากก็ต้องหมั่นดูแลเป็นพิเศษต้องตรวจเช็คตามระยะเวลา ไม่ให้เกิดควันพิษจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่เป็นอันตรายนั้นเอง การขับรถในเมืองจะพบกับปัญหามากมาย ทั้งฝุ่นควัน การจราจรที่คับคั่ง อุบัติเหตุ นอกจากการป้องกันมลพิษเเล้ว อย่าลืมป้องกันทุกอุบัติเหตุด้วย[url=https://www.smk.co.th/premotor.aspx]ประกันรถยนต์[/url]ด้วย



Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright © 2008 All Rights Reserved.by
thaiwebber.com