สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 6
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 1,342
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 10,047,627
22 ตุลาคม 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
    
10 
11  12  13  14  15  16  17 
18  19  20  21  22  23  24 
25  26  27  28  29  30  31 
             




               
  เกร็ดความรู้
อายุของยาง…เป็นเพียงตัวเลขหรือความเชื่อ?
[6 มีนาคม 2556 18:44 น.]จำนวนผู้เข้าชม 4320 คน
อายุของยาง…เป็นเพียงตัวเลขหรือความเชื่อ?

ความปลอดภัยของการขับขี่เป็นเรื่องที่สำคัญ การเลือกซื้อยางรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของรถทุกคนให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากยางคือสิ่งที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนอยู่ตลอดเวลา การยึดเกาะถนน การทนทานต่อความร้อนและแรงเสียดทาน เป็นสิ่งที่สำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ทว่าหลายคนก็ยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการเลือกซื้อยางอยู่ เพราะได้รับฟัง หรือได้อ่านเรื่องราวความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ “อายุการผลิตของยาง” จนทำให้เจ้าของรถในเมืองไทยจำนวนไม่น้อย คำนึงถึงวันผลิตที่ติดอยู่บนแก้มยางหรือ DOT (Department of Transportation) มากจนเกินความจำเป็น เพราะแท้จริงแล้วการเลือกซื้อยางที่ถูกต้อง ควรเลือกซื้อยางที่มีขนาดที่ถูกต้อง เหมาะกับประเภทของรถ การใช้งาน คุณภาพ และควรให้ความใส่ใจการดูแลรักษายาง

จากการศึกษาและวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐบาล และบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า แท้จริงแล้ว วันผลิตของยางไม่ได้มีผลกับสมรรถภาพของยางอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะโดยปกติ ยางที่ผลิตออกมานั้น เมื่อมีการจัดเก็บที่ดีพอ เช่น การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม และยังไม่ได้เริ่มใช้งาน ก็จะสามารถเก็บยางเส้นนั้นๆ ได้เป็นเวลาหลายปีโดยไม่เสื่อมสภาพ
 

กรมทรัพยากรอุตสาหกรรมของประเทศเกาหลีใต้ ได้เคยออกเอกสารที่มีข้อความที่ไม่ถูกต้องเมื่อ พ.ศ. 2550 ว่ายางที่ผลิตนานกว่าหนึ่งปี อาจจะมีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้ แต่ท้ายที่สุด ความเชื่อที่คลาดเคลื่อนนี้ก็ได้ลบล้างไป หลังจากกรมคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศเกาหลีใต้ ได้จัดการทดสอบเพื่อพิสูจน์ระดับความปลอดภัยในการใช้ยาง ระหว่าง ยางใหม่ และ ยางที่ผลิตย้อนหลังไปสามปี (พ.ศ. 2548 – พ.ศ. 2550) ซึ่งด้วยการทดสอบแบบ KSM6750 เกี่ยวกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และการขับขี่แบบหยุดเป็นระยะ ได้ผลลัพธ์ว่า แม้วันที่ผลิตจะแตกต่างกัน แต่ประสิทธิภาพและสมรรถนะของยาง เหมือนกันทุกประการ

นอกจากนั้น กรมคมนาคมของประเทศสหรัฐอเมริกา ยังเคยตีพิมพ์บทความเรื่อง “ประสิทธิภาพของยางรถที่มีการเติมลมแล้ว” (The Pneumatic Tier) ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 โดยระบุว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นขณะที่ยางมีการใช้งาน คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยางเสื่อมสภาพ ยางรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 120 ก.ม./ชม. สามารถทำให้เกิดอุณหภูมิที่หน้ายางสูงขึ้นถึง 75 องศาเซลเซียส แต่หากความดันในลมยางน้อยกว่าปกติ (เช่น ยางแบน) ก็จะยิ่งทำให้ความร้อนหน้ายางสูงมากกว่าที่ควรจะเป็นด้วย
 

ดังนั้น อุณหภูมิในโกดังที่จัดเก็บยางรถยนต์ก่อนการใช้งานจริง จึงมีผลต่อคุณภาพของเนื้อยางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับความร้อนที่เกิดจากแรงเสียดสี เมื่อนำยางไปใช้ในการขับขี่จริง เพราะโดยทั่วไปนั้น ยางที่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน สามารถเก็บได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนการใช้งานจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาจากคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต

อีกตัวอย่างหนึ่ง ได้จากการทดสอบของประเทศในฝั่งยุโรป โดยองค์กร ADAC หรือ Allgemeiner Deutscher Automobil-Club ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อผู้ขับขี่รถยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้พิสูจน์เรื่องสมรรถนะของยางเอาไว้ในเดือนมิถุนายน 2553 โดยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพยางรถยนต์ที่ผลิตใน พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2547 สำหรับการขับขี่ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน ซึ่งผลการทดสอบก็ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า ยางที่ผลิตใหม่จะมีสมรรถนะเหนือกว่ายางที่ผลิตมานานกว่า

ขณะเดียวกัน ทางประเทศไทยเอง ก็มีหน่วยงานภาควิชาการที่ได้ทำการทดสอบในลักษณะเดียวกัน โดย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ TUV Rheinland Group Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ทดสอบ และให้การรับรองคุณภาพแก่ผลิตภัณฑ์ และสินค้าของบริษัทชั้นนำทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเยอรมนี ทำการทดสอบเพื่อหาข้อพิสูจน์ว่า ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยนั้น สมรรถนะของยางที่ผลิตใหม่ กับยางที่ผลิตมานานกว่า จะมีความแตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพ และความปลอดภัยหรือไม่

การทดสอบกระทำโดย นำยางรถยนต์ที่มีวันผลิตต่างกัน 1 ปีไปทดสอบการใช้งาน โดยการขับขี่ด้วยความเร็วสูงที่ 230 กม./ชม. ในระยะเวลาที่ต่อเนื่องนาน 60 นาที ผลที่ได้จากการทดสอบพบว่า มีความแตกต่างกันไม่เกิน 1% รวมทั้งยังมีความสามารถในการบรรทุกหนัก และวิ่งเป็นระยะทางไกล ตลอดจนความแข็งแรงของหน้ายาง และโครงสร้างยางไม่แตกต่างกัน ทั้งๆ ที่วันผลิตยางนั้นห่างกันถึง 1 ปี

นอกจากนั้น TUV Rheinland Group Ltd. ยังได้ทำการทดสอบว่า วันที่ของการผลิตที่แตกต่างกัน จะมีผลต่อสมรรถนะของยาง ในด้านความสามารถในการเกาะถนน การควบคุมการขับขี่ และการเบรคของยางหรือไม่ โดย TUV Rheinland Group Ltd. ได้ทำการทดสอบระยะการเบรคที่ความเร็ว 80 กม./ชม. จนกระทั่งหยุดนิ่ง ผลการทดสอบพบว่า ยางที่มีวันที่ของการผลิตแตกต่างกัน มีความสามารถในการเกาะถนน การควบคุมการขับขี่ และการเบรคใกล้เคียงกันมาก จนแทบจะไม่มีความแตกต่าง

นายชูเดช ดีประเสริฐกุล อาจารย์ประจำ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ยางที่มีวันที่การผลิตต่างกัน 2 ถึง 3 ปีจะให้สมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ในระดับที่ไม่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขึ้นอยู่กับการเก็บรักษายางในร้านด้วยว่า มีการควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสม รวมทั้งไม่โดนแดด เพราะอาจจะทำให้หน้ายางมีความยืดหยุ่นน้อยลง และแข็งขึ้น ดังนั้น การเลือกซื้อยางในร้านที่เชื่อถือได้จึงมีความสำคัญ แทนที่จะคำนึงเรื่องวัน เดือน ปี ที่ผลิตเป็นหลัก”

“ส่วนความเชื่อที่ว่า ยางรุ่นเดียวกัน ถ้ายิ่งผลิตใหม่ที่สุด ก็จะยิ่งทำให้ได้รับยางที่ผลิตโดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น และมีวัตถุดิบที่ดีขึ้น ก็ไม่ได้รับการยืนยัน เพราะยางในแต่ละรุ่นนั้น จะมีการใช้วัตถุดิบและเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน บางครั้งยางที่ผลิตก่อน อาจจะมีความเหนียวของยางมากกว่า ซึ่งทำให้การขับขี่มีสมรรถนะยิ่งขึ้น”

“สำหรับคำแนะนำในการเลือกซื้อยางสำหรับผู้ขับขี่ชาวไทย คือ ต้องเลือกยางที่เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดของล้อ ส่วนวันที่ผลิตนั้น ไม่ถือเป็นสิ่งที่มีผลโดยตรงต่อการเสื่อมสภาพของยางแต่อย่างใด” นายชูเดช กล่าวสรุป

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ผู้ใช้รถยนต์ทุกท่านจะมีวิธีการเลือกซื้อยางที่ถูกต้องและมอบความปลอดภัยแก่การขับขี่มากที่สุด การเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่าย ในการเลือกหายางที่ใหม่ที่สุดเพื่อใช้งานจะหมดไป เพราะในวันนี้ มีผลพิสูจน์จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือทั่วโลกแล้วว่า ยางใหม่และยางเก่าไม่แตกต่างกัน วันนี้ผู้ใช้รถทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า การเลือกซื้อยาง ต้องเลือกยางที่เหมาะสมกับประเภทใช้งานและความต้องการ รวมทั้งเลือกขนาดของยางที่ถูกต้อง เพื่อประสิทธิภาพและสมรรถนะของการขับขี่สูงสุด

 

 

เกร็ดความรู้
- เมื่อขับรถตกน้ำควรทำอย่างไรดี [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- อายุของยาง…เป็นเพียงตัวเลขหรือความเชื่อ? [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- ซื้อรถมือสองอย่างไรไม่ให้โดนย้อมแมว [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- 32 สุดยอดเทคนิคสำหรับผู้ใช้รถ [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- ติดสปอยเลอร์โก้เก๋ดีอย่างไร [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- อบอุ่นร่างกายให้กับรถยนต์ด้วยการ “วอร์มเบต” [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- รถป้ายแดง ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- มือใหม่หัดขับต้องทำอย่างไร [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- ออกรถใหม่ วันรับรถต้องเช็คอะไร [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
- การกระตุกตัวถัง [6 มีนาคม 2556 18:44 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
เคยอ่านนะครับ อายุยาง นับแต่การชึ้นสายผลิต และนับไปอีก 6ปี ก้ไม่ควรใช้แล้วคับ
ข้อสังเกต ทำมัยยางใหม่ที่ผลิตออกมาแล้วสัก 2-3ปีราคาลด
ชื่อ : jeep    วันที่ : 6 มิถุนายน 2559 11:20 น.
IP : 210.246.94.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright © 2008 All Rights Reserved.by
thaiwebber.com